โดย ก้อง ฤทธิ์ดี

วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโชค ผู้กำกับภาพยนตร์ พร้อมนักแสดงและโปรดิวเซอร์ เปิดตัวหนังไทยหนึ่งเดียวที่ได้รับเลือกให้ฉายที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ‘ผีใช้ได้ค่ะ’
ภาพยนตร์จัดฉายที่โรง Espace Miramar ท่ามกลางผู้ชมเต็มโรง ทั้งนักวิจารณ์และคนในแวดวงภาพยนตร์ แขกของเทศกาล และผู้ชมชาวไทยที่ไปร่วมงานเมืองคานส์ในปีนี้อย่างหนาแน่น ‘ผีใช้ได้ค่ะ’ (A Useful Ghost) เป็นหนังไทยเรื่องแรกในรอบ 10 ปีที่ถูกคัดเลือกโดยเทศกาลเมืองคานส์ งานมหกรรมภาพยนตร์ที่ทรงอิทธิพลของโลก และเป็นครั้งแรกหนังไทยที่ได้จัดเข้าสาย Critics’ Week หรือสายประกวดสำหรับหนังยาวเรื่องที่หนึ่งหรือสองของผู้กำกับ
ผีใช้ได้ค่ะเป็นทั้งหนังผี หนังตลก หนังโรแมนติก หนังวิพากษ์สังคม และยังสร้างพื้นที่สำหรับความหฤหรรษ์แบบเควียร์ ในบรรดากระแสความคิดหลากหลายที่สอดประสาน ประโยคที่ถูกใช้เพื่อสรุปพล็อตหลักของหนังคือ ‘หนังผีที่มีผีสิงอยู่ในเครื่องดูดฝุ่น’ – ไอเดียที่ฟังดูเพี้ยนเช่นนี้ แท้จริงแล้วไม่ได้หลุดโลกหรือแปลกแยกจากธรรมเนียมหนังผีจนต่อไม่ติด และพล็อตที่ฟังดูติดหูนี้เป็นเพียงประตูเปิดกว้างไปสู่ประเด็นหนักแน่นอื่นๆ ที่ผู้กำกับต้องการนำเสนอ
หากเมืองไทยถูกมองว่าเป็นดินแดนของหนังผี หนังผีเรื่องนี้ของ รัชฏ์ภูมิ บุญบัญชาโที่เทศกาลเมืองคานส์ นักแสดงที่มาร่วมในงานปฐมทัศน์ของหนังได้แก่ ดาวิกา โฮร์เน่ ผู้รับบทแนท ผีสาวที่กลับมาหาสามี (ดาวิกา เคยแสดงเป็นแม่นาคมาแล้วในหนังดังแห่งยุค พี่มากพระโขนง) ร่วมด้วย วิศรุต หิมรัตน์ (แสดงเป็น มาร์ช สามีของแนท) พร้อมด้วย วัลลภ รุ่งกำจัด ในบทช่างซ่อมเครื่องดูดฝุ่น และอาภาศิริ นิติพน ในบทแม่ของมาร์ช
รัชฏ์ภูมิเล่าถึงความคิดตั้งต้นของหนัง และความเชื่อมโยงกับผีแม่นาค “มันมีความต่อเนื่องมาจากหนังสั้น ที่ผมมักจะใช้ตัวละครใน pop culture หรือตัวละครที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ อย่าง มณีจันทร์ (ตัวละครในทวิภพ) หรือแหม่มแอนนา (แอนนา ลีโอโนเวนส์) หรือ อินทรีแดง (ตัวละครในหนังไทยยุคสงครามเย็น) เพราะคนดูรู้จักตัวละครเหล่านี้อยู่แล้ว รู้ว่าพวกเขาทำอะไรหรือเผชิญกับอะไร เช่นมณีจันทร์เดินทางข้ามเวลา หรือแหม่มแอนนามาทำอะไรในสยาม ดังนั้นหนังไม่จำเป็นต้องใช้เวลาแนะนำตัวละครเหล่านี้มากเกินไป
“จากนั้นก็เอาตัวละครเหล่านี้มาบิด มารื้อ เพื่อหาความเป็นไปได้อื่นๆ ก่อนจะมาเป็นผีใช้ได้ค่ะ ชื่อแรกเริ่มเลยของโปรเจกต์นี้คือ ‘บุตรของนาค’ คือจะมีเรื่องลูกด้วย แต่ตอนหลังก็ตัดทิ้งไป ไอเดียหลักคือเรื่องของผู้หญิงที่ตายไปแล้วกลับมาอยู่กับครอบครัวของสามี จากนั้นบทก็พัฒนาต่อมาเพราะพอผีกลับมาแล้ว เธอกลับมาทำอะไรล่ะ” รัชฏ์ภูมิเล่า ชค แตกกิ่งก้านจากรากเหง้าและขนบหนังผีไทยเดิมๆ ผ่านเลนส์ร่วมสมัยของคนทำหนังที่เชี่ยวชาญภาษาหนังยุคใหม่และอารมณ์ขันอันไม่ยี่หระ ผีใช้ได้ค่ะเป็นหนังที่ทำให้คนดูนึกถึงตำนานแม่นาค อันว่าด้วยผีเมียสาวผู้กลับจากความตายเพื่อมาอยู่กับผัวที่ยังเป็นคน และถูกต่อต้านจากครอบครัวและสังคมมนุษย์ แต่หนังของรัชฏ์ภูมิเลี้ยงอารมณ์ด้วยความตลกบ้าๆ บอๆ สลับกับความจริงจังที่ค่อยๆ เผยตัว นี่คือหนังไทยที่ original ในรอบหลายๆ ปี และไปไกลกว่าแค่การตีความนิทานแม่นาค เมื่อผีสาวตนนี้ต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผีที่มีประโยชน์ นำไปสู่การเผชิญหน้ากับวิญญาณตนอื่นๆ และการสะสางเรื่องราวที่หลอกหลอนจนเป็น ‘ผี’ ในสังคมไทย
และทำไมต้องกลับมาอยู่ในเครื่องดูดฝุ่น คนดูต้องตีความเรื่องผีเครื่องดูดฝุ่นหรือเปล่า สำหรับรัชฏ์ภูมิ การแสดงตัวตนของผีในภาพยนตร์เป็นประเด็นที่จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะมีตัวอย่างมากมายในหนังผีหลายร้อยหลายพันเรื่อง แต่จะว่ายากก็ได้หากต้องการสร้างสรรค์สิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายของคนดู
“เครื่องดูดฝุ่นเพราะมันติงต๊องดี” รัชฏ์ภูมิว่า “ตอนแรกผมคิดว่า ผีผู้หญิงก็คือผีผู้หญิง แต่ระหว่างกำลังพัฒนาบทมักจะมีคนถามว่า ผีในหนังคุณมันจะมีดีไซน์ต่างจากผีอื่นๆ ตรงไหน ก็เลยลองมานึกดูถึงหนังไทย หรือหนังสือการ์ตูนผีไทย มันต้องเป็นอะไรเทาๆ ดำๆ หรือไง ถ้าไปดูผีฝรั่ง มันจะเป็นผ้าลอยได้ มันก็ไม่เชื่อมโยงเท่าไหร่ สุดท้าย จะว่าเป็นความกวนตีนหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เอาเครื่องดูดฝุ่นเลยแล้วกัน”
รัชฏ์ภูมิขยายความว่า หลายครั้งการปรากฏตัวของผีในภาพยนตร์อาจจะมาจากก๊อกน้ำที่น้ำหยดเอง ไฟที่เปิดปิดได้เอง หรือทีวีที่จอติดขึ้นมาโดยไม่มีใครแตะต้อง ดังนั้นอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านกับการมีอยู่ของผี ไม่ได้เป็นสิ่งแปลกปลอมจนเชื่อมโยงไม่ได้ ผีเครื่องดูดฝุ่นอาจจะดูประหลาด แต่ผีทีวีคนดูก็เห็นกันมามากมายแล้วโดยไม่ตะขิดตะขวง
“เครื่องดูดฝุ่นยังมีนัยยะของการทำงานของแม่บ้าน ตรงนี้อาจจะทำให้หนังมีความหมายเพิ่มอีกชั้นหนึ่งก็ได้”
สิ่งที่เห็นได้ชัดในเส้นทางภาพยนตร์ของรัชฏ์ภูมิ คือเขามีความสนใจในสภาวะสังคมการเมืองรวมทั้งประวัติศาสตร์ของไทย หนังสั้นของเขาใช้ตัวละครในประวัติศาสตร์ในแบบทีเล่นทีจริง ทั้งแซวทั้งแซะทั้งประกอบร่างใหม่ เพื่อตรวจสอบภาพความเป็นสมัยใหม่ (หรือไม่) ของสังคมไทยผ่านตัวละครเหล่านั้น เช่นในหนังสั้น ‘มะนีจันเปล่งเสียงไม่ได้ในทวิภูมิทางภาษาของคุณ’ หรือ ‘แหม่มแอนนา หัวนม มาคารอง โพนยางคำ และการศึกษาขั้นพื้นฐาน’ หนังอันมีชื่อสวิงสวายแหล่านี้ ฉาบหน้าด้วยความตลกพิลึก แต่ซ่อนความเข้มข้นจริงจังของเนื้อหาไว้ระหว่างทาง
รัชฏ์ภูมิยอมรับว่าเขาไม่ถนัดการเล่าเรื่องเล็กๆ เช่นเรื่องดราม่าครอบครัว แต่ความสนใจในภาพใหญ่ทำให้เขามักแสวงหาบริบทและสร้างการเดินทางของตัวละครที่สะท้อนเรื่องที่มากไปกว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้า ในขณะเดียวกัน รัชฏ์ภูมิก็รู้ว่านี่เป็นทั้งความเชี่ยวชาญและเป็นข้อจำกัด เพราะเขาไม่ต้องการทำให้ทุกอย่างในหนังต้องถูกตีความ และไม่อยากสร้าง ‘สัญลักษณ์’ ให้สิ่งใดสิ่งหนึ่งแทนค่าอีกสิ่งหนึ่งเสมอไป
“ผมไม่อยากให้งานเป็นงานเชิงสัญญะมากๆ (symbolic) เพราะงานที่เป็นแบบนั้นมันจะดูทรงภูมิ สำหรับผม สิ่งที่ใช้เพื่อมาตัดความรู้สึกนั้นคืออารมณ์ขัน ความขี้เล่น อะไรที่ไม่ได้ดูสูงส่ง ความตั้งใจของผมคือเราสามารถเล่าเรื่องซีเรียสด้วยท่าทีที่ไม่ซีเรียสได้ แบบนี้มันทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้มากกว่าที่จะใช้โทนจริงจัง เรียลลิสติกไปกับทุกอย่าง แต่ในขณะเดียวกันถึงแม้หนังจะเป็นเรื่องราวประหลาดๆ แต่ผมต้องการให้หนังออกมาดูสวย คือไม่ใช่ว่าเราทำหนังเพี้ยนๆ แล้วหนังต้องดูดิบๆ คำที่ผมใช้อธิบายทีมงานคือ ‘Elegantly Perverse’ (วิปริตอย่างสง่างาม) ความคอนทราสต์ของโทนแบบนี้มันทำให้คนดูคาดเดาไม่ได้มากกว่า”
รัชฏ์ภูมิเริ่มพัฒนาความคิดอันนำมาสู่ผีใช้ได้ค่ะตั้งแต่ราวปี 2560-2561 แล้วค่อยๆ ใช้เวลาขยายไอเดียและเขียนบทลายร่าง ระหว่างนั้นประเทศไทยเผชิญกับสถานการณ์การเมืองอันเข้มข้นหลายครั้ง ทั้งการเลือกตั้ง การประท้วงของกลุ่มคนรุ่นใหม่ และการมองย้อนไปสู่ประวัติศาสตร์การต่อสู้ในอดีต สิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อความคิดและการสร้างเรื่องเล่าของเขา คงไม่เหมาะหากจะเล่ามากไปกว่านี้ แต่ผีใช้ได้ค่ะเล่นกับนิยามของคำว่า ‘ผี’ ทั้งในแบบรูปธรรมและนามธรรม ทั้งผีที่หลอกหลอนและผีที่เศร้าสร้อย ทั้งผีที่โกรธเกรี้ยวและผีที่ยอมจำนน
‘ผีใช้ได้ค่ะ’ เป็นหนังไทยที่ร่วมทุนสร้างกับหลายประเทศ แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของโปรเจกต์ไทยในการร่วมมือกับระบบทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกเพื่อสนับสนุนคนทำหนังอิสระรุ่นใหม่ หนังอำนวยการสร้างโดยคัทลียา เผ่าศรีเจริญ และ โสฬส สุขุม จากบริษัท 185 Films ร่วมกับบริษัทสิงคโปร์และฝรั่งเศส กำหนดฉายในประเทศไทยจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป